ค่าเงินบาทวันนี้ เปิด 35.29 อ่อนเล็กน้อย ฟันด์โฟลว์ไหลออก สหรัฐฯหยุดทำการ
ค่าเงินบาทเช้าวันนี้เปิดตลาดที่ 35.29 บาท/ดอลลาร์ ยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า และใกล้เคียงกับเมื่อวานที่ระดับ 35.30 บาท/ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ประเมินกรอบเคลื่อนไหวในช่วง 35.00- 35.40 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ดอลลาร์สหรัฐ มีการซื้อขายอยู่ในกรอบแคบ และปริมาณเบาบาง เนื่องตลาดนิวยอร์คปิดทำการในวันขอบคุณพระเจ้า และจะเปิดการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันศุกร์นี้ (24 พ.ย.66)
โดยนักลงทุน คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือน ธ.ค.2566 และอาจเริ่มมีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้า ขึ้นกับข้อมูลทางเศรษฐกิจ
เมื่อวานนี้ (23 พ.ย.66) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดพันธบัตร 2,200 ล้านบาท และ ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,715 ล้านบาท
ทั้งนี้มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ เคลื่อนไหวในช่วง 35.00- 35.40 บาท/ดอลลาร์ แนะนำผู้นำเข้าควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง และผู้ส่งออกแนะนำขายเงินตราต่างประเทศที่เหนือระดับ 35.40 บาท/ดอลลาร์
กรอบค่าเงินวันนี้
- USD/THB 35.00 - 35.40
- EUR/THB 38.30- 38.80
- JPY/THB 0.2340- 0.2380
- GBP/THB 43.90- 44.40
- AUD/THB 22.80- 23.20
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ผู้เล่นในตลาดรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ ในช่วง 21.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งรายงานข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนได้พอสมควร
โดยค่าเงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวไซด์เวย์ (sideway) คาดเงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ล่าสุดกลับมาแกว่งตัวใกล้ระดับ 149.6 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 103.7
สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่การประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือน พ.ย. โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดรวมถึงภาระหนี้สินของชาวอเมริกันที่เพิ่มสูงขึ้น หลังการเริ่มกลับมาจ่ายหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา อาจกดดันให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมพลิกกลับมาหดตัวลง สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตที่อาจต่ำกว่าระดับ 50 จุด (ดัชนีต่ำกว่า 50 จุด หมายถึง ภาวะหดตัว)
ขณะที่ภาคการบริการอาจยังคงขยายตัวได้ แต่ในอัตราที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยดัชนี PMI ภาคการบริการอาจลดลงสู่ระดับ 50.3 จุด (ดัชนีสูงกว่า 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว)
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทวันนี้ เริ่มเห็นความเสี่ยงมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าลงได้บ้าง โดยเฉพาะหากเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 35.30 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน ก็จะเปิดโอกาสให้เงินบาทอ่อนค่าลงทดสอบโซน 35.50 บาทต่อดอลลาร์ได้
นอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว มองว่า ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติก็เริ่มกลับมาเป็นฝั่งขายสุทธิมากขึ้น ทั้งหุ้นและบอนด์ โดยในฝั่งบอนด์โฟลว์ธุรกรรมขายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ อาจเป็นเพียงการขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติ หลังบอนด์ยีลด์ไทยได้ปรับตัวลดลงมาพอสมควร ข
ขณะที่ โฟลว์ขายหุ้นไทยนั้น อาจยังมาจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและผลกำไรของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอาจยังดำเนินต่อไปได้ จนกว่านักลงทุนต่างชาติจะมีมุมมองต่อเศรษฐกิจและผลประกอบการของหุ้นไทยที่ดีขึ้น
หุ้น AOT ดิ่ง 6.82% เซ่นนักท่องเที่ยวจีนมาช้ากว่าเป้า โบรกฯรุมหั่นคาดการณ์กำไร
สรุปให้! “แอนโทเนีย” รองอันดับหนึ่ง Miss Universe 2023 ทำกระแสโซเชียลร้อนแรง
ประวัติ "หลวงพ่อพัฒน์" วัดห้วยด้วน เกจิดังเมืองนครสวรรค์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB